• ธุรกิจเครือข่ายมาแรง
  • ขายตรงมาแรง
  • MLM online
  • ธุรกิจมาแรง2016
  • ธุรกิจมาแรง2559
 

ไอโซเคอร์ม่า (Iso-Curma)   ดูแลอาการอักเสบของ ข้อ -เข่า และกล้ามเนื้อ

    เครื่องดื่มสมุนไพรนวัตกรรม ไอโซเคอร์ม่า (Iso-Curma) ขมิ้นชันละลายน้ำ 10,000 เท่า ผลงานวิจัยนวัตกรรมรางวัลเหรียญทอง
ระดับโลกสุดยอดผลิตภัณฑ์เพิ่มมวลกระดูก เพิ่มโปรตีนในกระดูก แก้อาการข้อ-เข่าได้อย่างเห็นผล . . .

 ปวดอักเสบ ข้อ-เข่า และกล้ามเนื้อ เพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูก ลดการสลายตัวของมวลกระดูก

เหมาะสำหรับ : ผู้ที่มีอาการปวดอักเสบของ ข้อ-เข่า และกล้ามเนื้อ ผู้ป่วยพักฟื้น หลังการผ่าตัด

ไอโซเคอร์ม่า (Iso-Curma):

      
เคอร์คูมินอยด์ Curcuminoid จากขมิ้นชัน   ช่วยอาการอักเสบ (Inflamation) จากความเสื่อมของข้อ
         ไอโซฟลาโวน (Isoflavone) จากจมูกถั่วเหลือง ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูก
         แมกนีเซียม (Magnesium) ในรูปของ คีเลต ที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้เร็ว ช่วยลดอาการปวดเกร็งของกล้ามเนื้อ

      ขมิ้นชัน ไอโซเคอร์ม่า (Iso-Curma) นวัตกรรมสูตรเฉพาะ ของ CCI  ส่วนผสมขมิ้นชันทั่วไป จะไม่สามารถละลายน้ำได้ (ละลายน้ำได้เพียง 0.0004 มก.)
สารสกัดขมิ้นชัน ของ CCI ผ่านกระบวนการวิจัยและพัฒนา จนทำให้สามารถละลายน้ำได้ถึง 4 มก.(มากกว่าขมิ้นชันทั่วไปในท้องตลาดถึง 10,000 เท่า)
จึงทำให้ร่างกายดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่

    พลิกโฉมอีกระดับแห่งนวัตกรรมสมัยใหม่ กับไอโซเคอร์ม่า (Iso-Curma) สารสกัดขมิ้นชัน เอกลักษณ์เฉพาะ Champ of Champ Innovaation (CCI)เจ้าของลิขสิทธิ์หนึ่งเดียวที่คิดค้นสูตรสารสกัดขมิ้นชัน ละลายน้ำได้  ผ่านกระบวนการวิจัยและพัฒนาจนได้รับรางวัลเหรียญทองนวัตกรรมระดับโลก

 

 

เครื่องดื่ม ไอโซเคอร์ม่า (Iso-Curma) 
ช่วยดูแลอาการอักเสบของ ข้อ -เข่า และกล้ามเนื้อ เพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูก ลดการสลายตัวของมวลกระดูก

     "ไอโซเคอร์ม่า (Iso-Curma)" สารสกัดจากถั่วเหลืองที่อุดมไปด้วยสารไอโซฟลาโวน (Isoflavone) ปริมาณสูง   โดยพบว่าสารไอโซฟลาโวน
ในจมูกถั่วเหลืองสามารถป้องกันภาวะโรคกระดูกพรุนได้และมีผลต่อความแข็งแรงของกระดูกโดยตรง ซึ่งส่งผลทำให้การสลายตัวของมวลกระดูกลดลง
และยังช่วยเพิ่มมวลกระดูกได้ดีอีกด้วยและยังเหมาะสำหรับผู้หญิงในวัยใกล้หมดประจำเดือนหรือวัยทองจากการทดสอบกับกลุ่มผู้หญิงที่ใกล้หมดประจำเดือน
      ในประเทศเกาหลีพบว่า ผู้หญิงที่บริโภคยาที่มีสารสกัดจากถั่วเหลืองมีมวลกระดูกที่เพิ่มขึ่นและยังช่วยลดอาการเสื่อมของกระดูก เมื่อเทียบกับผู้หญิงในกลุ่มเดียวกันที่กินยาหลอก

     สารสกัดขมิ้นชัน (Curcuminoid) ในงานวิจัยในหลายงานพบว่าสาร (Curcuminoid) ในขมิ้นชันจะช่วยลดการสลายตัวของเซลล์กระดูกอ่อน และยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเนื้อเยื่อกระดูกอ่อน ซึ่งในผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดของขมิ้นชันที่ถูกนำมาปรับปรุงด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อเพิ่มความสามารถในการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    แมกนีเซียม  ที่ถูกทำให้อยู่ในรูปของคีเลต (Chelate) กับอะมิโนแอซิดจากถั่วเหลือง ซึ่งอยู่ในรูปของแมกนีเซียมอะมิโนแอซิดคีเลตเป็นแร่ธาตุที่สำคัญต่อการสร้างการซ่อมแซม และการเจริญเติบโตของกระดูกและฟัน ทำให้สามารถลดอาการปวดเกร็งของกล้ามเนื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    จากการวิจัยที่รวบรวมสรุปได้ว่าสารสกัดจากถั่วเหลือง สารสกัดจากขมิ้นชัน และคีเลตแมกนีเซียม ใน  ไอโซเคอร์ม่า (Iso-Curma) มีส่วนช่วย
          - อาการอักเสบของ ข้อ -เข่า และกล้ามเนื้อ
          - อาการปวดตามกล้ามเนื้อ
          - เพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูก
          - ลดการสลายตัวของมวลกระดูก

วิธีรับประทาน - รับประทานวันละ 1 ขวด ก่อนอาหารมื้อเย็นหรือเมื่อมีอาการ และเขย่าขวดก่อนดื่ม

คำเตือน - เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน
ขนาดบรรจุ 90 มิลลิลิตร/ขวด
เลขที่ อย 50-2-05159-2-0003

 
 
 
 
 

ส่วนประกอบที่สำคัญ :

น้ำ (water), สารสกัดจากถั่วเหลือง (Soybean), สารสกัดจากขมิ้นชัน (Turmeric), วิตามินบี 3 (Vitamin B3),แมกนีเซียมออกไซด์ (MagnesiumOxide), กรดซิตริก (Citric Acid), เบต้าไซโคลเดกซ์ตริน (Beta cyclodextrin),ซูคราโลส (Sucralose)

 เกร็ดความรู้
ขมิ้น หรือ ขมิ้นชัน ชื่อสามัญ Turmeric
ขมิ้น ชื่อวิทยาศาสตร์ Curcuma longa L. จัดอยู่ในวงศ์ขิง (ZINGIBERACEAE)

     ขมิ้น เป็นพืชล้มลุกที่จัดอยู่ในตระกูลขิง มีเหง้าอยู่ใต้ดิน เนื้อในของเหง้าจะเป็นสีเหลือง มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวมีตั้งแต่สีเหลืองเข้มจนถึงสีแสดจัด โดยที่ถิ่นกำเนิดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  และมีชื่ออื่น ๆอีก เช่น ขมิ้นชันขมิ้นแกง ขมิ้นหยอก ขมิ้นหัว ขี้มิ้น หมิ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ภาคและจังหวัดนั่น ๆ นิยมนำไปใช้ในการประกอบอาหาร  แต่งสี แต่งกลิ่นอาหาร เช่น แกงไตปลา แกงกะหรี่ เป็นต้น

    ขมิ้น ชันอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด  เช่น วิตามินเอ วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 วิตามินซี วิตามินอี ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก และเกลือแร่ต่าง ๆ รวมไปถึงเส้นใย คาร์โบไฮเดรตและโปรตีนเป็นต้น
 
   และขมิ้นชันสรรพคุณทางยาที่รักษาอาการและโรคต่าง ๆได้หลายชนิดซึ่งมีประวัติในการนำมาใช้ในการรักษามากกว่า 5,000 ปี
สำหรับ ขมิ้นชันที่จะนำมาใช้ประโยชน์นั้น การเก็บเกี่ยวไม่ควรเก็บในระยะที่ขมิ้นเริ่มแตกหน่อเพราะจะทำให้สารที่มีประ โยชน์อย่างเคอร์คิวมินในขมิ้นมีน้อย  ส่วนเหง้าที่เก็บมาต้องมีอายุอย่างน้อย 9-12 เดือน และต้องไม่เก็บไว้นานเกินไป และไม่ให้ถูกแสงแดด เพราะน้ำมันหอมระเหยในขมิ้นจะหมดไปเสียก่อน

    ขมิ้นชันเมื่อได้เหง้ามาแล้วหากจะนำไปรับประทานเพื่อใช้ในการรักษาโรคต่าง ๆ ควรล้างให้สะอาดก่อน และไม่ต้องปอกเปลือก แต่หั่นเป็นแว่นชิ้นบาง ๆ แล้วนำไปตากแดดสัก 2 วันแล้วนำมาบดให้ละเอียด ผสมกับน้ำผึ้งแล้วปั้นเป็ดเม็ดเล็ก ๆเท่าปลายนิ้วก้อย แล้วนำมารับประทานวันละ 3 ครั้ง ครั้งละ 2-3 เม็ดหลังอาการและช่วงก่อนนอน หรือจะนำเหง้าแก่มาขูดเอาเปลือกออกแล้วนำไปล้างน้ำให้สะอาดนำมาบดให้ละเอียด เติมน้ำแล้วคั้นเอาแต่น้ำมารับประทานครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะวันละ 3 ครั้ง หากนำขมิ้นมาใช้เป็นยาทาภายนอก เพื่อรักษาอาการแพ้ ผื่นคัน ผิวหนังอักเสบ แมลงสัตว์กัดต่อย ให้นำเหง้าขมิ้นมาฝนผสมกับน้ำต้มสุก แล้วทาบริเวณที่เป็นวันละ 3 ครั้ง หรือจะนำเอาผงขมิ้นมาโรยก็ใช้ได้เช่นกัน

วิธีกินขมิ้นชัน

มี การศึกษาพบว่า การรับประทานขมิ้นตามเวลาที่อวัยวะต่าง ๆกำลังทำงาน จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของขมิ้นให้มากขึ้น โดยวิธีกินขมิ้นชันควรรับประทานขมิ้นชันตามเวลาต่อไปนี้ตามการรักษา


สรรพคุณของขมิ้น

    เวลา 03.00-05.00 น. ช่วงเวลาของปอด หากรับประทานช่วงเวลานี้จะช่วยในการบำรุงปอดช่วยให้ปอดแข็งแรง ช่วยป้องกันการเป็นมะเร็งปากมดลูก ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ผิวหนัง และช่วยเรื่องภูมิแพ้หายใจไม่สะดวก

    เวลา 05.00-07.00 น. ช่วงเวลาของลำไส้ใหญ่ ช่วยแก้ปัญหาลำไส้ใหญ่ สำหรับผู้ที่ขับถ่ายไม่เป็นเวลาหรือรับประทานยาถ่ายมานาน หากรับประทานขมิ้นในช่วงนี้จะช่วยฟื้นฟูปลายประสาทของลำไส้ใหญ่ให้บีบรัดตัว เพื่อช่วยให้ขับถ่ายได้อย่างเป็นปกติ ช่วยแก้ปัญหาลำไส้ใหญ่ขับถ่ายน้อยหรือมากจนเกินไป และช่วยป้องกันการเกิดโรคริดสีดวงทวารและมะเร็งลำไส้ได้อีกด้วย หากรับประทานพร้อมกับโยเกิร์ต น้ำผึ้ง นมสด มะนาวหรือน้ำอุ่น จะช่วยชะล้างผนังลำไส้ให้สะอาดได้

    เวลา 07.00-09.00 น. ช่วงเวลาของกระเพาะอาหาร จะช่วยลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียดแน่นท้อง และยังช่วยแก้อาการปวดเข่า, ขาตึง, บำรุงสมองป้องกันโรคความจำเสื่อมได้อีกด้วย จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องกระเพาะอาหารที่เกิดจากการรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา และยังลดอาการท้องอืด จุกแน่น, ปวดเข่า, ขาตึง, ช่วยบำรุงสมองและป้องกันความจำเสื่อมได้

    เวลา 09.00-11.00 น. ช่วงเวลาของม้าม ช่วยแก้ปัญหาเรื่องน้ำเหลืองเสีย มีแผลบริเวณปาก บรรเทาอาการของโรคเบาหวาน โรคเกาต์ การอ้วนเกินไปหรือผอมเกินไป

    เวลา 11.00-13.00 น. ช่วงเวลาของหัวใจ ช่วยบำรุงหัวใจให้มีสุขภาพแข็งแรง

    เวลา 15.00-17.00 น. ช่วงเวลาของกระเพาะปัสสาวะ ช่วยบำรุงหูรูดกระเพาะปัสสาวะให้แข็งแรง แก้อาการตกขาว และการทำให้เหงื่อออกในช่วงเวลานี้จะช่วยทำให้ร่างกายขับสารพิษออกไปจากร่าง กายได้มาก

    เวลา 17.00 น. จนถึงเวลาเข้านอน การรับประทานขมิ้นในช่วงนี้จะช่วยทำให้ความจำดีขึ้น เมื่อตื่นนอนจะไม่อ่อนเพลีย การขับถ่ายก็จะดีขึ้นด้วย

    การหาซื้อ ขมิ้นมารับประทานเองไม่ว่าจะเป็นแบบผงหรือแบบแคปซูล ควรจะซื้อจากแหล่งผลิตที่ได้มาตรฐาน มีความสะอาดปลอดสารเคมีไม่มีสารสเตรียรอยด์ปลอมปน และในกระบวนการผลิตนั้นต้องไม่ผ่านความร้อนเกิน 65 องศา เพื่อคงคุณภาพของขมิ้น ใส่ใจกันสักนิดเพราะบางคนซื้อมารับประทานเองทุกวัน ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัย

   สรรพคุณของขมิ้นข้อแรกคือมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระซึ่งช่วยในการชะลอวัยและชะลอการเกิดริ้วรอย

    ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย
    ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ผิวหนังมีสุขภาพดีแข็งแรง
    ขมิ้นชันอาจมีบทบาทช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง เช่น โรคมะเล็งลำไส้ มะเร็งปากมดลูก
    ขมิ้นสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายได้
    ช่วยกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย
    ช่วยบรรเทาอาการของโรคเบาหวาน
    มีส่วนช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง
    ช่วยลดอาการของโรคเกาต์
    ช่วยขับน้ำนมของมารดาหลังคลอดบุตร
    ช่วยรักษาระบบทางเดินหายใจที่มีอาการผิดปกติ
    ช่วยบำรุงสมองป้องกันโรคความจำเสื่อม
    อาจมะส่วนช่วยในการรักษาโรครูมาตอยด์ (ยังไม่ได้รับการยืนยัน)
    ช่วยลดการอักเสบ
    ช่วยแก้อาการวิงเวียนศีรษะ
    ช่วยรักษาอาการแพ้และไข้หวัด
    ช่วยบรรเทาอาการไอ
    ช่วยรักษาอาการภูมิแพ้หายใจไม่สะดวก ให้มีอาการดีขึ้น
    ช่วยป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด
    ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระในเม็ดเลือดแดงของผู้ป่วยธาลัสซีเมียฮีโมโกบิลอี
    ช่วยรักษาแผลที่ปาก
    ช่วยบำรุงปอดให้มีสุขภาพดีและแข็งแรง
    น้ำมันหอมระเหยในขมิ้นมีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการปวดท้อง
    ช่วยรักษาอาการท้องเสีย อุจจาระร่วง โดยนำผงขมิ้นชันผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอนแล้วนำมารับประทานครั้งละ 3 เม็ด 3 เวลา
    ขมิ้นชันสรรพคุณช่วยแก้อาการจุดเสียดแน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ
    ช่วยรักษาโรคลำไส้อักเสบ
    ช่วยลดการบีบตัวของลำไส้
    ช่วยรักษาอาการลำไส้ใหญ่บวม
    ช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหาร
    ช่วยในการขับลม
    ช่วยบรรเทาอาการนิ่วในถุงน้ำดี
    มีฤทธิ์ในการช่วยขับน้ำดี
    ช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหาร และทำความสะอาดลำไส้
    ช่วยบำรุงตับ ป้องกันตับอักเสบ ตับอ่อนอักเสบ และป้องกันตับจากการถูกทำลายของยาพาราเซตามอล
    ช่วยบำรุงหูรูดกระเพาะปัสสาวะให้แข็งแรง
    ช่วยป้องกันการเกิดโรคริดสีดวงทวาร
    ช่วยแก้อาการตกเลือด ด้วยการนำขมิ้นสดมาตำให้ละเอียดแล้วคั้นเอาน้ำมาผสมกับน้ำปูนใสแล้วรับประทาน
    ช่วยแก้อาการตกขาว
    ช่วยรักษาอาการปวดหรืออักเสบเนื่องจากไขข้ออักเสบ
    ช่วยแก้อาการน้ำเหลืองเสีย
    ช่วยแก้ผื่นคันตามร่างกาย
    ช่วยรักษาโรคผิวหนัง ผดผื่นคัน
    ช่วยรักษากลาก เกลื้อน ด้วยการใช้ผงขมิ้นผสมกับน้ำ นำมาทาบริเวณที่เป็นกลากเกลื้อนทุกวัน วันละ 2 ครั้ง
    ช่วยรักษาโรคผิวหนังพุพอง ตุ่มหนองให้หายเร็วยิ่งขึ้น
    ช่วยรักษาแผลจากแมลงสัตว์กัดต่อยได้ ด้วยการนำขมิ้นมาล้างน้ำให้สะอาด แล้วตำจนละเอียดคั้นเอาแต่น้ำมาทาบริเวณดังกล่าว
    มีฤทธิ์ในการต่อต้านและฆ่าเชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรคผิวหนัง และต่อต้านยีสต์ซึ่งเป็นตัวที่ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำ
    ช่วยต่อต้านปรสิต หรือเชื้ออะมีบาที่เป็นต้นเหตุของโรคบิดได้
    ช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรียและไวรัส เช่น แบคทีเรียที่ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร แบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคท้องเสีย แบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนอง เป็นต้น
    มีฤทธิ์ในการต่อต้านการกลายพันธุ์ และต้านสารก่อมะเร็งทีมีความเกี่ยวข้องกับโรคที่เกิดจากการเสื่อมของร่างกาย และโรคเบาหวาน
    ช่วยสมานแผลตามร่างกายให้หายเร็วยิ่งขึ้น ด้วยการนำผงขมิ้นมาผสมกับน้ำแล้วทาลงบนบาดแผล และยังช่วยให้บาดแผลไม่ติดเชื้อของกระต่ายและหนูขาวได้ และสามารถเร่งให้แผลที่ติดเชื่อหายได้
    ขมิ้นยังมีสรรพคุณช่วยในการป้องกันการงอกของขนอีกด้วย โดยผู้หญิงชาวอินเดียมักนำขมิ้นมาทาผิวเพื่อป้องกันไม่ให้ขนงอก
    ขมิ้นชันขัดผิว ใช้ทำทรีทเม้นท์พอกผิวขัดผิวด้วยขมิ้นช่วยให้ผิวพรรณนุ่มนวล ขาวผ่องใส เต่งตึง ด้วยการนำขมิ้นสดมาล้างน้ำให้สะอาดหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนำไปปั่นรวมกับดินสอพอง 2-3 เม็ด แล้วผสมกับมะนาว 1 ลูก ปั่นจนเข้ากัน แล้วนำมาพอกหน้าหรือผิวทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
    ขมิ้นเป็นส่วนประกอบของทรีทเม้นท์รักษาสิวเสี้ยน สิวผด สิวอุดตัน
    ขมิ้นเป็นส่วนประกอบอย่างหนึ่งในเครื่องสำอางบำรุงผิวต่าง ๆ
    นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันแมลงศัตรูพืชได้อีกด้วย

แหล่งอ้างอิง : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี , สนุกพีเดีย, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) , สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, เว็บไซต์มุสลิมไทยโพสต์
 
 ข้อเสื่อม

    ข้อเสื่อม (อังกฤษ: Arthrosis, Osteoarthritis; OA) เป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากความเสื่อมจากการใช้งานของข้อต่อ ได้แก่ กระดูกอ่อนผิวข้อและมีการเจริญงอกเกินของกระดูก ซึ่งมักจะมีอาการปวดข้อ ข้อยึดติดโดยเฉพาะตอนเช้าหลังไม่ได้ทำกิจกรรม เคลื่อนไหวข้อได้ลดลง อาจมีเสียงกรอบแกรบที่ข้อ อาจพบข้อบวมหรือข้ออักเสบได้ ข้อเสื่อมเป็นโรคข้ออักเสบที่พบได้บ่อยที่สุด

การรักษาโรคข้อเสื่อม ทำโดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ได้แก่ ลดน้ำหนัก ออกกำลังให้พอเหมาะไม่ใช้ข้อมากเกินไป เช่น การว่ายน้ำ การเดิน พักผ่อนให้เพียงพอ กายภาพบำบัดเพื่อให้ข้อต่อเคลื่อนไหวได้และให้กล้ามเนื้อมีกำลัง ส่วนการใช้ยาสามารถใช้พาราเซตามอลเพื่อระงับอาการปวด ซึ่งนับเป็นยาหลักที่ได้รับการแนะนำให้ใช้ในแนวทางการรักษาโรคข้อเสื่อม

    อาจใช้ยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตรอยด์ระงับอาการปวดและการอักเสบ ส่วนการใช้สเตอรอยด์ชนิดรับประทานไม่แนะนำเพราะมีผลข้างเคียงสูง แต่การฉีดสเตอรอยด์เข้าข้อช่วยระงับปวดในระยะสั้นเป็นสัปดาห์หรือเป็น เดือน[4] การฉีดกรดไฮยาลูโรนิกเข้าข้อจากการศึกษาทบทวนวรรณกรรมในปี ค.ศ. 2005 และ 2009 ไม่พบว่าทำให้อาการทางคลินิกดีขึ้น[5][6] การผ่าตัดเปลี่ยนข้อจะทำเมื่อการให้ยาควบคุมอาการปวดไม่ได้ผล อาการปวดที่เข่าไม่จำเป็นต้องเป็นเข่าเสื่อมเสมอไป และไม่ได้เกิดกับผู้สูงอายุเท่านั้น ทั้งวัยกลางคน นักกีฬา ผู้ที่บาดเจ็บจากการออกกำลังกายก็อาจเกิดขึ้นได้เช่นกัน โดยจุดเริ่มต้นอาการอาจเริ่มจากการปวดหลัง ปวดก้น และลุกลามทำให้เกิดอาการที่เข่า อาการปวดเข่าเช่นนื้จึงเกิดจากกล้ามเนื้อก้นอ่อนแรง หรือกล้ามเนื้อที่สะโพกไม่สมดุล ดังนั้น เราจึงควรมาทำความรู้จักอาการปวดเข่าในแบบต่างๆ ว่ามีอาการแตกต่างกันอย่างไร เพื่อจะได้หาทางแก้ไขให้ถูกต้นตอของปัญหา

อ้างอิง จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

เสียงเตือน...จากอาการปวดเข่า
        คุณเพ็ญพิชชากร แสนคำ Clinical Director จากสถาบันปรับโครงสร้างร่างกายอริยะ ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ได้อธิบายอาการปวดเข่าว่า อาการปวดเข่ามีหลายแบบ ที่พบบ่อยคืออาการปวดเข่าจากเข่าเสื่อม กล้ามเนื้ออ่อนแรง กล้ามเนื้อไม่สมดุล ซึ่งลักษณะอาการจะแตกต่างกัน คือ
        
        อาการปวดเข่าจากเข่าเสื่อม มักจะเกิดขึ้นกับผู้สูงวัยที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ส่วนใหญ่พบในผู้มีน้ำหนักตัวมาก ลักษณะอาการที่แสดงว่าเป็นโรคเข่าเสื่อม คือ     
      
       1.มีอาการปวดเข่า โดยปกติจะปวดเมื่อมีการเคลื่อนไหว หรือมีการเดินลงน้ำหนัก เมื่อพักจะดีขึ้น หากเป็นมากจะปวดตลอดเวลา
       
       2.ข้อติดแข็ง ส่วนมากจะพบในตอนเช้าเมื่อตื่นนอนใหม่ๆ หรือเมื่อพักในท่าใดท่าหนึ่งนานๆ ต่อเนื่องโดยไม่ได้ขยับ
       
       3.บวมรอบข้อ อาจพบร่วมกับอาการแดงและร้อนเมื่อลองคลำบริเวณรอบเข่า
       
       4.มีการผิดรูปของข้อเข่า ซึ่งเกิดจากผิวข้อ (Cartilage) บางลง แล้วตัวของกระดูกมีการเสียดสีกัน จนเกิดกระดูกงอก ทำให้เข่าผิดรูปและขยาย ซึ่งพบว่าผู้ที่มีเข่าเสื่อมอย่างรุนแรง รอบข้อเข่าจะใหญ่ขึ้น
       
       5.มีเสียงดังภายในข้อเข่า ซึ่งเสียงที่เกิดขึ้นอาจมาจากการเสียดสี ของผิวข้อภายในข้อเข่า

เสียงเตือน...จากอาการปวดเข่า
        อาการปวดเข่าจากกล้ามเนื้อทำงานไม่สมดุลกัน มักจะเกิดขึ้นกับนักกีฬาบางประเภท ที่ต้องใช้เข่ารับน้ำหนักมาก เช่น นักวิ่ง นักปั่นจักรยาน นักบาสเกตบอล นักฟุตบอล นักกอล์ฟ ฯลฯ ลักษณะอาการ คือ
       
       1.อาการปวดจะปวดเสียวแปล๊บๆ ด้านนอกหรือด้านในของข้อ หรือไม่ก็ด้านหน้าเข่าใต้ลูกสะบ้า ไม่ได้ปวดลึกๆ ลงไปในข้อเข่า
       2.อาการปวดมักร่วมกับอาการตึงร้าวจากต้นขาหรือข้อสะโพก
       3.อาการปวดจะชัดเจน หลังจากที่เล่นกีฬาหรือออกกำลังกายมา
       
       อาการ ปวดเข่าจากกล้ามเนื้ออ่อนแรง มักจะเกิดขึ้นกับผู้ที่ขาดการออกกำลังกาย ทำงานอยู่ในท่าเดิมซ้ำๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานาน และอยู่ในอิริยาบถเดิมๆ เช่น นั่งต่อเนื่องนานๆ และหากอยู่ในอิริยาบถที่ผิดแล้วด้วย ก็มักทำให้เกิดอาการปวดได้ง่าย ลักษณะอาการสำหรับกลุ่มนี้อาการปวดมักจะชัดเจนในขณะที่ต้องอยู่ในท่าทางเดิม ต่อเนื่องนานๆ อาการจะดีขึ้นเมื่อเปลี่ยนอิริยาบถ มีอาการปวดแบบล้าๆ เมื่อยๆ ไปทั้งขา มักเกิดร่วมกับอาการปวดกล้ามเนื้อก้น ปวดข้อเท้าหรือน่อง
       
        
       ดังนั้น เมื่อมีอาการปวดเข่า ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด ควรดูแลตนเองเบื้องต้นด้วยวิธี ดังต่อไปนี้
       

       1.เมื่อเริ่มมีอาการปวดเข่า ให้สังเกตว่ามีอาการบวมแดงร้อนหรือไม่ หากมี ในวันแรกของอาการปวดควรประคบด้วยแผ่นเย็น และวางพาดขาให้สูง
       
       2.ท่าทางใดที่ทำให้ปวดควรหยุดทำท่านั้นๆ ก่อน จนกว่าอาการจะหายดี
       
       3.หลีกเลี่ยงการยืน เดินนานๆ เพราะจะทำให้เข่าต้องรับน้ำหนักตัวตลอดเวลา และเพิ่มอาการบาดเจ็บมากขึ้น
       
       4.หากดูแลตัวเองตามที่แนะนำข้างต้นแล้วภายใน 3-5 วันอาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ก่อนที่อาการจะลุกลาม

อ้างอิง จาก  ASTVผู้จัดการออนไลน์C
  CCI,CURCUMIN,CCITHAI,เคอร์คูมินอยส์,สมุนไพรนวัตกรรม,ขมิ้นชันละลายน้ำ,Champ of Champ Innovation,สมุนไพรไทย,curmamax,เคอร์ม่าแม็กซ์,เคอร์คูมินอย์,curcuminoid,สมุนไพรนวัตกรรม,สมุนไพรนวัตกรรมเพื่อชีวิตที่ดีกว่า,เครื่องดื่มสมุนไพรสกัด,เครื่องดื่มสมุนไพรเคอร์ม่าแม็กซ์,บรรเทาอาการกรดไหลย้อน,กรดไหลย้อน,โรคกระเพาะ,ท้องอืด,อาหารไม่ย่อย,เคอม่าแม็กซ์ (Curma Max),Green Curmin,Curmin,โรคกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง,Curcumin,ISO CURMA,ไอโซ เคอม่า,ปวดข้อ,ลดอักเสบ,ปวดเข่า,ปวดขา,ปวดหลัง,เมื่อย,คลายกล้ามเนื้อ,บรรเทาอาการอักเสบ,ปวดข้อ,ปวดกระดูก,เพิ่มความหนาแน่นของมลกระดูก,ลดการสลายตัวของมวลกระดูก,รีแลกซ์,Relax,ครีมบรรเทาปวด,ครีมนวด,บรรเทาอาการอักเสบ,พร้อมไวท์,ลดน้ำหนัก,Prompt vite,ไม่โยโย่,ผอม,ลดความอ้วน,สมุนไพรลดน้ำหนัก,สวยใสไร้พุง,เครื่องดื่มสมุนไพรสกัด,อาชิตอง,อาชิตองโกลด์,Arshithong,ต้านอนุมูลอิสระ,มะเร็ง,เบาหวาน,ความดัน,ลดคอเลสเตอรอล,ลดไขมันในเลือด,ปรับสมดุลฮอร์โมน,ปรับสมดุลเลือด,ช่วยในการนอนหลับ,ชลอความชรา,ต้านความแก่,บำรุงผิวพรรณ,Olisa,Olisa Q10,โอริซา,โอริซา คิว 10,แกมม่าออริซานอล,ลดไตรกลีเซอไรด์,Anti-aging,แกมม่าออริซานอลชนิดผง,จมูกข้าวชนิดผง,แกมม่าสกัดผง,โทเมซิงค์พลัส,ต่อมลูกหมาก,ต่อมลูกหมากโต,โมดิ,เบาหวาน Tomazing Plus,Modi, ลดเบาหวาน,ลดน้ำตาลในเลือด,สร้างอินซูลิน,Green Mulon,Mulon,กรีนมูล่อน,ภูมิแพ้,บรรเทาอาการภูมิแพ้,Curcuminthai,cci-2016,Kingofherb,Greenpap,กรีนปาปา,กรีนปาป้า,เสริมสร้างสมรรถภาพ,สมรรถภาพทางเพศ,อาหารเสริมผู้ชาย,Greenpurra,กรีนเพอร่า,อาหารเสริมผู้หญิง,Venus,วีนัส,ครีมนวดหน้าอก,อกอึ๋ม,เต่งตึ่ง,อัพไซส์,หน้าอกหย่อนคล้อย,Hera,เฮร่า,ฮีร่า,เจลกระชับช่องคลอด,เจลสำหรับจุดซ่อนเร้น,ลดกลิ่นอับ,กระชับ,รูฟิต,วัยทอง,เพิ่มน้ำหล่อลื่น

เมนู/ลิ้งค์

เกี่ยวบริษัท

สินค้า/ผลิตภัณฑ์  

เกี่ยวกับเรา


 หน้าแรก
ผลิตภัณฑ์
แผนการตลาด
ข่าวสารและกิจกรรม
โปรโมชั่น
 ช็คสายงาน

 
 

Copyright © 2016 Turakijonline.com  เวปไซต์นี้ ไม่ใช่เวปไซต์บริษัท * สงวนลิทธิ์ เฉพาะ ทีมงาน เท่านั้น ห้ามลอกเลียนแบบ ดัดแปลง หรือทำซ้ำ